<?xml version="1.0" encoding="utf-8"?>
<THAIPOST>
                <NEWS>
                <NEWS_ID>38481</NEWS_ID>
                <UPDATETIME>13/06/2019 17:11</UPDATETIME>
                <PUBLISHDATETIME>13/06/2019 17:11</PUBLISHDATETIME>
                <HEADLINE>กรมศิลปากรลงนาม MOU– ออสเตรเลีย ทำแผนขุดค้นจัดการแหล่งเรือจม&quot;พนม-สุรินทร์&quot;</HEADLINE>
                <CONTENT>&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;
13 มิ.ย.62- นายอนันต์ ชูโชติ &amp;nbsp;อธิบดีกรมศิลปากร และดร.วิกกี้เลวาน่&amp;nbsp; &amp;nbsp;ริชาร์ด &amp;nbsp;นักอนุรักษ์แผนกโบราณคดีทางทะเลและแผนอนุรักษ์โบราณวัตถุ พิพิธภัณฑสถานแห่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจ(MOU) ระหว่างไทย&amp;ndash; ออสเตรเลียด้านการวิจัยการขุดค้นการอนุรักษ์และการจัดการแหล่งเรือจมพนม-สุรินทร์และแหล่งเรือจมอื่นๆในประเทศไทยโดยมีร้อยเอกบุณยฤทธิ์ฉายสุวรรณผู้อำนวยการกองโบราณคดีใต้น้ำและผู้บริหารกรมศิลปากรร่วมเป็นสักขีพยานณห้องประชุมกรมศิลปากร&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&amp;nbsp;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์กล่าวว่าบันทึกความเข้าใจดังกล่าวเป็นความร่วมมือระหว่างกรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรมกับสถาบันสมุทรศาสตร์และวิทยาลัยสังคมศาสตร์(โบราณคดี) มหาวิทยาลัยเวสเทิร์นออสเตรเลียแผนกโบราณคดีทางทะเลและแผนอนุรักษ์โบราณวัตถุพิพิธภัณฑสถานแห่งรัฐเวสเทิร์นออสเตรเลียและภาควิชาโบราณคดีคณะศึกษาศาสตร์มนุษยศาสตร์และกฎหมายมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สประเทศออสเตรเลียเพื่อส่งเสริมการทำงานร่วมระหว่างกรมศิลปากรและภาคีหน่วยงานฝ่ายออสเตรเลียในการจัดทำแผนการบริหารจัดการแหล่งเรือจมพนม-สุรินทร์จ.สมุทรสาคร รวมถึงแหล่งเรือจมอื่นๆในประเทศไทยโดยภาคีหน่วยงานฝ่ายออสเตรเลียจะร่วมกำหนดแผนบริหารจัดการแหล่งดังกล่าวให้เกิดผลสัมฤทธิ์ด้วยการให้ความอนุเคราะห์ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีใต้น้ำและนักอนุรักษ์ในการให้คำปรึกษาและฝึกอบรมแก่บุคลากรของกรมศิลปากรให้สามารถปฏิบัติงานในแหล่งเรือจมพนม-สุรินทร์และแหล่งเรือจมอื่นๆในประเทศไทยได้อย่างมีประสิทธิภาพ&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;นายอนันต์ กล่าวต่อว่างานโบราณคดีใต้น้ำระหว่างไทยและออสเตรเลียมีความสัมพันธ์อย่างยาวนานรัฐบาลประเทศออสเตรเลียได้เคยส่งผู้เชี่ยวชาญทางโบราณคดีใต้น้ำเข้ามาช่วยเหลือในการสำรวจแหล่งโบราณคดีในประเทศไทยตั้งแต่พ.ศ.2525 ซึ่งเป็นยุคเริ่มงานโบราณคดีใต้น้ำในประเทศไทยโดยร่วมสำรวจแหล่งเรือจมสีชังหมายเลข1,2 และหมายเลข3 นอกจากนี้กรมศิลปากรยังเคยส่งนักโบราณคดีใต้น้ำไทยไปศึกษาต่อด้านโบราณคดีทางทะเลณมหาวิทยาลัยฟลินเดอร์สประเทศออสเตรเลียอีกด้วย&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;ข้อมูลจากหนังสือแหล่งเรือโบราณพนม-สุรินทร์ของกรมศิลปากรกระทรวงวัฒนธรรมระบุว่าจากการศึกษาอักษรอาหรับบนชิ้นส่วนภาชนะดินเผารูปภาชนะดินเผาที่พบทั้งจากแหล่งผลิตจากจีนตะวันออกกลางและภาชนะในท้องถิ่นทั้งรูปแบบเรือที่ใช้วิธีการต่อเรือแบบอาหรับโบราณ &amp;nbsp;และการกำหนดอายุทางวิทยาศาสตร์ตัวอย่างอินทรียวัตถุที่พบสอดคล้องกันว่าเรือโบราณลำนี้มีอายุราวพ.ศ. 1200-1300 (ประมาณพุทธศตวรรษที่13-14) ร่วมสมัยกับเมืองในวัฒนธรรมทวารวดี นับเป็นหลักฐานแหล่งเรือจมมีอายุเก่าแก่ที่สุดเท่าที่เคยมีการค้นพบแหล่งเรือจมในประเทศไทยและในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้&lt;/p&gt;

&lt;p&gt;&lt;/p&gt;
</CONTENT>
                <URL_LINK>https://www.thaipost.net/main/detail/38481</URL_LINK>
                <HASHTAG>#ออสเตรเลีย, กรมศิลปากร, ดร.วิกกี้เลวาน่   ริชาร์ด, นายอนันต์ ชูโชติ, แหล่งโบราณคดีใต้น้ำพนม-สุรินทร์</HASHTAG>
                <FASTNEWS>TRUE</FASTNEWS>
                <HILIGHT>FALSE</HILIGHT>
                <TRANSACTION>ADD</TRANSACTION>
                <PICTURE_URL>https://storage.thaipost.net/main/uploads/photos/big/20190613/image_big_5d02207b5b2ad.jpg</PICTURE_URL>

            </NEWS>
            </THAIPOST>
